Menu Search

เงื่อนไขการขาย

  1. ทั่วไป
  2. คำจำกัดความและการตีความ
  3. ใบเสนอราคา คำสั่งซื้อ และสิทธิ์ในการคืนสินค้าและการรับเงินคืนของผู้บริโภค
  4. รายละเอียด ตัวอย่าง และคำบรรยาย
  5. ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์และข้อมูลจำเพาะ
  6. ราคา
  7. การชำระเงิน
  8. การส่งมอบ
  9. ตั้งใจปล่อยให้ว่างไว้
  10. ความเสี่ยงและสิทธิในผลิตภัณฑ์
  11. คุณภาพของผลิตภัณฑ์
  12. ข้อจำกัดความรับผิดหากผู้ซื้อเป็นลูกค้าธุรกิจ
  13. ข้อจำกัดความรับผิดหากผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค
  14. เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ขาย
  15. การบอกเลิกหากผู้ซื้อเป็นลูกค้าทางธุรกิจ
  16. การชดเชยสำหรับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจ
  17. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
  18. การควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตร
  19. หากผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค
  20. เงื่อนไขข้อ 20 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อเป็นที่ลูกค้าธุรกิจเท่านั้น
  21. เงื่อนไขที่สำคัญอื่น ๆ

1. ทั่วไป

1.1 หน้านี้ (รวมทั้งนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ขายและเงื่อนไขการใช้งานของเว็บไซต์) จะแจ้งข้อมูลแก่ผู้ซื้อเกี่ยวกับผู้ขายและข้อกำหนดและเงื่อนไขทางกฎหมาย ("เงื่อนไข") ที่ผู้ขายขายสินค้าต่าง ๆ ตามรายการบนเว็บไซต์ของผู้ขายให้แก่ผู้ซื้อ

1.2 คุณจะเห็นว่าเงื่อนไขเหล่านี้บางส่วนมีผลบังคับใช้เฉพาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค และบางส่วนมีผลบังคับใช้หากผู้ซื้อเป็นลูกค้าธุรกิจ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้อ่านเงื่อนไขอย่างละเอียดเพื่อให้ทราบว่าเงื่อนไขใดบ้างที่มีผลบังคับใช้กับคุณ

1.3 เงื่อนไขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาทุกฉบับระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อสำหรับการขายและการซื้อสินค้า (“สัญญา”) เงื่อนไขเหล่านี้มีผลบังคับใช้กับการทำข้อตกลงทั้งหมดระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ และหากผู้ซื้อเป็นลูกค้าธุรกิจ เงื่อนไขเหล่านี้จะมีผลในการยกเว้นข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ อย่างชัดเจน รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขที่อ้างถึงในการเจรจาหรือในการทำข้อตกลงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขมาตรฐานของผู้ซื้อ

1.4 โปรดอ่านเงื่อนไขเหล่านี้อย่างละเอียดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำความเข้าใจในเงื่อนไขก่อนที่จะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ จากเว็บไซต์ของผู้ขาย หากผู้ซื้อปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ ผู้ซื้อไม่ควรสั่งซื้อสินค้าใด ๆ จากเว็บไซต์ของผู้ขายและติดต่อผู้ขาย

1.5 หากผู้ซื้อเป็นลูกค้าธุรกิจ จะไม่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใด ๆ ในสัญญา หรือการเป็นตัวแทน คำปรึกษา หรือคำแนะนำใด ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยตัวแทนของผู้ขาย จะไม่มีผลผูกพันต่อทุกฝ่ายเว้นแต่จะทำเป็นเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยตัวแทนที่มีอำนาจของแต่ละฝ่าย

1.6 การใช้เว็บไซต์ของผู้ขายโดยผู้ซื้ออยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ขายและเงื่อนไขการใช้งานของเว็บไซต์

1.7 ผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเหล่านี้ได้ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงวิธีรับการชำระเงินจากผู้ซื้อ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดของกฎระเบียบ และสถานการณ์อื่นใดตามความเห็นสมควรของผู้ขาย หากผู้ขายเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเหล่านี้ ผู้ขายจะโพสต์ประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงลงบนเว็บไซต์ของผู้ขาย นอกจากนี้ ผู้ขายจะอัปเดต "วันที่ปรับปรุงครั้งล่าสุด" ทางด้านบนของเงื่อนไขเหล่านี้ด้วย ทุกครั้งที่ผู้ซื้อสั่งซื้อสินค้าจากผู้ขาย เงื่อนไขที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของผู้ขายในขณะนั้นจะมีผลบังคับใช้กับสัญญาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

2. คำจำกัดความและการตีความ

2.1 ในเงื่อนไขเหล่านี้: “ใบรับคำสั่งซื้อ” หมายถึงการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้ขายต่อผู้ซื้อว่าได้รับคำสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว (เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัย การที่ผู้ขายได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อไม่ถือเป็นการยอมรับคำสั่งซื้อนั้น);

“ผู้ซื้อ“ หมายถึง ผู้ที่ซื้อสินค้าจากผู้ขาย ;

“แค็ตตาล็อก” หมายถึงแค็ตตาล็อกสินค้าของผู้ขายตามที่ผู้ขายได้มีการเผยแพร่เป็นระยะ รวมถึงบนเว็บไซต์ของผู้ขาย ;

“การควบคุมการส่งออก” หมายถึงกฎหมาย ข้อบังคับ รหัส และการควบคุมทั้งหมดเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าและบริการขาเข้าและขาออกจากประเทศหรือเขตการปกครองที่เกี่ยวข้อง หรือนำไปใช้ตามเหตุผลของประเทศต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์หรือบางส่วนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงระเบียบบริหารการส่งออกของสหรัฐอเมริกา ระเบียบการว่าด้วยการค้าอาวุธระหว่างประเทศ รายการสินค้าที่ใช้โดยฝ่ายทหารและพลเรือนของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป และรายการที่คล้ายกันซึ่งมีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือทดแทนเป็นครั้งคราว

"กลุ่มบริษัท" หมายถึงบริษัทในเครือและบริษัทโฮลดิ้งของผู้ขายและบริษัทในเครือของบริษัทโฮลดิ้งดังกล่าวตามแต่กรณี (คำว่า 'บริษัทในเครือ' และ 'บริษัทโฮลดิ้ง' จะมีความหมายตามที่กำหนดโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย);

“สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา” หมายถึง สิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ สิทธิ์ในการประดิษฐ์ ลิขสิทธิ์ และสิทธิข้างเคียงและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง สิทธิ์ในฐานข้อมูล สิทธิทางศีลธรรม สิทธิ์ในการออกแบบ เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้าและการปรับแต่ง ชื่อเสียงของธุรกิจ ความชำนาญ ข้อมูลที่เป็นความลับและ สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม และรวมถึงคำขอทั้งหมดสำหรับการอนุญาตในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น และสิทธิ์หรือรูปแบบการคุ้มครองทั้งหมดซึ่งมีผลคล้ายกันหรือเทียบเท่ากับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใดในโลก ;

“การสูญเสีย” หมายถึงความสูญเสีย การเรียกร้อง ความรับผิด ต้นทุน ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย และความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น และรวมถึงการสูญเสียโดยตรง ทางอ้อม พิเศษ หรือเป็นผลสืบเนื่อง ;

“ผลิตภัณฑ์” หมายถึงผลิตภัณฑ์ใดก็ตามที่ระบุไว้ในแค็ตตาล็อกและขายหรือจะขายโดยผู้ขายให้แก่ผู้ซื้อ ;

“ฝ่ายที่ถูกจำกัด” หมายถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่อยู่ในรายชื่อ เป็นเจ้าของ หรือถูกควบคุมโดย หรือดำเนินการในนามของบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในรายการคว่ำบาตร หรือเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร;

“ตัวอย่าง” หมายถึง ตัวอย่างสินค้าที่ผู้ขายมอบให้แก่ผู้ซื้อ ;

“การคว่ำบาตร” หมายถึงกฎหมายการค้า เศรษฐกิจ การคว่ำบาตรทางการเงิน กฎระเบียบ การห้ามส่งสินค้า หรือมาตรการจำกัดใด ๆ ที่ดำเนินการ ออกกฎหมาย หรือบังคับใช้โดยหน่วยงานคว่ำบาตร;

“หน่วยงานคว่ำบาตร” หมายถึง (ก) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ข) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง และสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (ค) คณะมนตรีและคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (ง) กระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร (จ) รัฐบาล กระทรวง กรม หน่วยงาน สถาบัน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ;

“รายการคว่ำบาตร” หมายถึงรายชื่อพลเมืองและบุคคลที่ถูกปิดกั้นซึ่งกำหนดโดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา รายชื่อเป้าหมายการคว่ำบาตรทางการเงินรวมที่ดูแลโดยกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร หรือรายการอื่นใดที่คล้ายกันซึ่งมีการกำกับดูแลหรือการประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อสาธารณะโดยหน่วยงานคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว;

“ผู้ขาย” หมายถึง บริษัท เอสเซนทรา จำกัด (เลขทะเบียนนิติบุคคล 0215565005076 a) ซึ่งมีสำนักงานจดทะเบียนอยู่ที่ 116/3 ซอยเทียนทะเล 24 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150 และผู้รับช่วงต่อและผู้ที่ได้รับมอบหมาย;

“เว็บไซต์ของผู้ขาย” หมายถึง www.essentracomponents.co.th หรือเว็บไซต์ใด ๆ ของผู้รับช่วงต่อ

“ข้อมูลจำเพาะ” หมายถึงข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในสิ่งพิมพ์ล่าสุดของแค็ตตาล็อกในขณะที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ;

“วันทำการ” หมายถึง วันอื่นใดนอกจากวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดธนาคาร หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ในราชอาณาจักรไทย

2.2 ในเงื่อนไขเหล่านี้: 2.2.1 หัวข้อต่าง ๆ มีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้นและจะไม่มีผลกระทบต่อการตีความหมาย 2.2.2 การอ้างอิงถึง "บุคคล" รวมไปถึง บุคคล บริษัท ธุรกิจ ห้างร้าน ห้างหุ้นส่วน สมาคม องค์กร สถาบัน ทรัสต์ หรือตัวแทนใด ๆ ไม่ว่าจะแยกกันในทางนิตินัยหรือไม่ก็ตาม 2.2.3 คำศัพท์ที่มีความหมายเป็นเอกพจน์จะครอบคลุมความหมายที่เป็นพหุพจน์และในทำนองตรงกันข้ามตามที่เข้ากับหรือกำหนดเอาไว้ในบริบท 2.2.4 การอ้างอิงถึงกฎหมายหรือพระราชบัญญัติใด ๆ หากบริบทไม่ได้ระบุใว้เป็นอย่างอื่น ให้ตีความหมายตามกฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่ได้อ้างอิงนั้น ซึ่งอาจจะมีการแก้ไข รวบรวม ดัดแปลง ขยาย นำกลับมาใช้ใหม่ หรือถูกแทนที่เป็นครั้งคราว 2.2.5 และคำว่า "รวมไปถึง" หากบริบทไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นให้หมายถึง "รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง" 2.2.6 "เป็นลายลักษณ์อักษร" มีความหมายรวมถึงทางอีเมลหรือการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์

3. ใบเสนอราคา คำสั่งซื้อ และสิทธิ์ในการคืนสินค้าและการรับเงินคืนของผู้บริโภค

3.1 ผู้ขายสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธที่จะขายและ/หรือยกเลิกการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ให้แก่บุคคลใด ๆ หรือกำหนดเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลก่อนที่จะยอมรับคำสั่งซื้อใด ๆ (เช่น การแจ้งหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐานที่ถูกต้อง หรือการรับเงินที่ชำระล่วงหน้าจากผู้ซื้อ) ซึ่งผู้ขายเห็นว่ามีความจำเป็นตามสมควรเพื่อความปลอดภัย ป้องกันการฉ้อโกง หรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่มีผลบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ในประเทศที่ขาย ประเทศปลายทาง หรือประเทศที่มีการใช้งาน

3.2 หากผู้ขายเสนอราคาสินค้าแก่ผู้ซื้อ ใบเสนอราคาจะมีผล 30 วันนับจากวันที่เสนอราคา หากไม่ได้ระบุใว้เป็นอย่างอื่นโดยผู้ขาย แต่ไม่มีผลผูกมัดจนกว่าผู้ขายจะยอมรับคำสั่งซื้อตามเงื่อนไข 3.3

3.3 คำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แต่ละรายการที่จัดทำโดยผู้ซื้อบนเว็บไซต์ของผู้ขายให้ถือว่าเป็นข้อเสนอของผู้ซื้อในการซื้อผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุในคำสั่งซื้อภายใต้ข้อตกลงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขหล่านี้ การสั่งซื้อแต่ละครั้งจะต้องระบุปริมาณและประเภทของสินค้าที่สั่งซื้อ ผู้ขายจะไม่ยอมรับคำสั่งซื้อ (และจะไม่ผูกมัดต่อผู้ขาย) จนกว่าจะถึงช่วงก่อนที่: 3.3.1 ผู้ขายได้ออกใบรับคำสั่งซื้อให้กับผู้ซื้อ และ 3.3.2 ผู้ขายได้จัดส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อ อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการยอมรับในกรณีที่ผู้ขายเสนอราคาหรือมีการอ้างอิงราคาสินค้าอย่างไม่ถูกต้องในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งซื้อ

เงื่อนไข 3.4 จะมีผลกับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจเท่านั้น

3.4 เมื่อมีการยอมรับคำสั่งซื้อแล้ว ผู้ซื้อจะไม่สามารถยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือระงับคำสั่งซื้อได้หากไม่มีการแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ขาย

4. รายละเอียด ตัวอย่าง และคำบรรยาย

4.1 เว้นแต่จะได้รับการยืนยันเป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ขาย รายการในแค็ตตาล็อกจะไม่ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนของแหล่งกำเนิด ผู้ผลิต หรือการผลิตสินค้าหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของผลิตภัณฑ์

4.2 การเขียบแบบ ข้อมูลจำเพาะ และโฆษณาทั้งหมดที่ออกโดยผู้ขาย รวมทั้งคำบรรยาย รายละเอียด หรือภาพแสดงในแคตตาล็อกของผู้ขายเป็นการออกหรือเผยแพร่เพื่อจุดประสงค์ในการนำเสนอแนวคิดคร่าว ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่อผู้ซื้อตามที่ได้บรรยายเท่านั้น และผู้ซื้อไม่ควรพึ่งพาข้อมูลหรือนำไปเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ยกเว้นตามที่ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดแจ้งในเงื่อนไขเหล่านี้

4.3 ผู้ขายอาจทำการแก้ไขข้อผิดพลาดในการพิมพ์ ความชัดเจน หรือการพิมพ์ผิดอื่น ๆ หรือสิ่งตกหล่นใด ๆ ในแคตตาล็อก ใบเสนอราคา ตารางราคา ใบรับคำสั่งซื้อ ป้ายกำกับ หีบห่อ ใบกำกับสินค้า หรือเอกสารอื่น ๆ หรือข้อมูลใด ๆ ที่ออกโดยผู้ขายได้ตลอดเวลาโดยไม่มีภาระผูกพันต่อผู้ซื้อ ด้วยการแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวในที่สาธารณะหรือด้วยการเผยแพร่เอกสารที่ได้รับการแก้ไขแล้วบนเว็บไซต์ของผู้ขาย หรือด้วยการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและการแก้ไขดังกล่าวจะมีผลผูกพันกับผู้ซื้อในทันที

4.4 เว้นแต่เมื่อกฎหมายได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สัญญาจะต้องไม่: 4.4.1 เป็นการขายสินค้าตามตัวอย่าง ถึงแม้ว่าจะมีการจัดหาตัวอย่าง หากผู้ขายไม่ได้ระบุเอาไว้ในใบรับคำสั่งซื้อซึ่งในสัญญาระบุให้เป็นการขายตามสินค้าตัวอย่าง หรือ 4.4.2 การขายตามรายละเอียดที่ระบุถึงแม้ว่าจะมีการจัดหารายละเอียดก็ตาม

5. ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์และข้อมูลจำเพาะ

5.1 ผู้ซื้อจะทำการทดสอบที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้านั้นมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ทั้งหมดของผู้ซื้อ ภายใต้เงื่อนไข 5.2 ผู้ซื้อรับทราบอย่างชัดแจ้งว่า ถึงแม้จะมีการคำแนะนำใด ๆ จากผู้ขาย แต่การตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ทั้งหมดหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ (i) ทักษะและการตัดสินของผู้ขายหรือ (ii) ไฟล์ CAD หรือรูปภาพและข้อมูลผลิตภัณฑ์เฉพาะอื่น ๆ (รวมถึงการเขียนแบบทางเทคนิค การวัดผลผลิตภัณฑ์ และข้อมูลจำเพาะ) ที่เข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์ของผู้ขายหรือเว็บไซต์ใด ๆ ที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของผู้ขาย

5.2 หากผู้ซื้อต้องการที่จะพึ่งพาทักษะและการตัดสินใจของผู้ขายว่าผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะหรือไม่ก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อ ผู้ซื้อต้องแสดงความประสงค์ขอคำปรึกษาจากผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะนั้น ๆ และผู้ซื้อต้องการที่จะพึ่งพาการยืนยันของผู้ขายมากกว่าการดำเนินการทดสอบด้วยตนเอง ผู้ขายจะให้คำปรึกษาแก่ผู้ซื้อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจจะมีขึ้นหากมีการยืนยันในเรื่องดังกล่าว ผู้ซื้อควรพึ่งพาเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์นั้นมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะเท่านั้น หากผู้ซื้อได้จัดหาข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ขายจำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการทดสอบที่จำเป็น และผู้ขายได้มีการยืนยันอย่างชัดแจ้งในใบรับคำสั่งซื้อว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความสามารถตามวัตถุประสงค์เฉพาะนั้น ๆ ได้

5.3 ผู้ขายมีสิทธิ์ที่จะทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจำเพาะใด ๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพหรือประสิทธิภาพของสินค้า

6. ราคา

6.1 ภายใต้เงื่อนไข 6.2 ราคาของผลิตภัณฑจะเป็นราคาตามที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา หรือหากไม่มีใบเสนอราคา ก็จะเป็นราคาตามที่ระบุไว้ในแค็ตตาล็อก ณ เวลารับคำสั่งซื้อ ("ราคา") ราคาดังกล่าวรวมถึงบรรจุภัณฑ์มาตรฐานตามแนวปฏิบัติในปัจจุบันของผู้ขาย ราคาจะสะท้อนถึงการจำกัดความรับผิดตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขเหล่านี้ แต่หากผู้ซื้อต้องการ ผู้ขายอาจจะแนะนำผู้ซื้อโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากผู้ขายเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงในการจำกัดความรับผิดดังกล่าว

6.2 ผู้ขายจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้แน่ใจว่าราคาที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาและในแค็ตตาล็อกนั้นมีความถูกต้อง แต่ผู้ขายขอสงวนสิทธิ์โดยการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบได้ตลอดเวลาก่อนที่จะยอมรับคำสั่งซื้อในเรื่องการเพิ่มราคาให้สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนของผู้ขายจากการจัดหาผลิตภัณฑ์อันเนื่องมาจาก: 6.2.1 ปัจจัยต่าง ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมอย่างสมเหตุผลของผู้ขาย 6.2.2 การปรับตัวขึ้นของต้นทุนด้านแรงงานหรือวัตถุดิบ ซึ่งรวมถึงต้นทุนการจัดเก็บหากผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้เรียกเก็บเงินหรือทำการจัดส่งตามสัญญา 6.2.3 การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตามคำขอของผู้ซื้อในเรื่องวันที่จัดส่ง ปริมาณ รายละเอียด หรือขอบเขตตามคำแนะนำของผู้ขาย 6.2.4 ความล่าช้าหรือการทำงานเพิ่มเติม หรือวัตถุดิบอันเนื่องจากคำแนะนำ การละเลย หรือความผิดของของผู้ซื้อ หรือ 6.2.5 ความล้มเหลวของผู้ซื้อที่ไม่สามารถจัดหาพัสดุให้กับผู้ขายอย่างพอเพียงและแจ้งข้อมูล คำแนะนำ หรือข้อมูลจำเพาะได้ตามกำหนดเวลา ราคาที่เรียกเก็บจะเป็นราคาทั่วไปเมื่อยอมรับคำสั่งซื้อ

เงื่อนไข 6.3 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อเป็นที่ลูกค้าธุรกิจเท่านั้น

6.3 เว้นแต่จะระบุไว้ในใบรับคำสั่งซื้อ ราคาจะเป็นเงินสกุลบาท ต้นทุนและค่าบริการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุที่ไม่เป็นมาตรฐาน การยกขึ้น การยกลง การขนส่ง และค่าประกันหรือต้นทุนที่คล้ายกัน ซึ่ง (ถ้ามี) ผู้ซื้อต้องจ่ายเพิ่มเมื่อครบกำหนดชำระเงินค่าผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือ หากผู้ซื้อต้องรับผิดชอบต่อต้นทุนค่าขนส่งหรือต้นทุนอื่น ๆ แต่ผู้ขายเป็นผู้จ่ายชำระเงินในเบื้องต้น ผู้ขายจะมีสิทธิ์ออกใบแจ้งหนี้ตามจำนวนต้นทุนดังกล่าวในทันที

6.4 Intentionally left Blank

7. การชำระเงิน

7.1 ผู้ขายจะมีสิทธิ์ตามความเห็นของผู้ขายในการออกใบแจ้งหนี้ให้กับผู้ซื้อสำหรับการชำระเงินตามราคาหรือตามจำนวนอื่น ๆ ที่ต้องชำระล่วงหน้า ผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ในส่วนที่ผู้ซื้อต้องชำระเงินสำหรับการสั่งซื้อล่วงหน้า ในการระงับการส่งมอบสินค้าที่รอรับการชำระเงิน

7.2 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในใบรับคำสั่งซื้อ การจ่ายชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ของผู้ซื้อจะครบกำหนด (ไม่มีส่วนลด การลดหย่อน หรือหักลบหนี้) ภายใน 30 วันนับจากวันที่ในใบแจ้งหนี้ ถึงแม้ว่าการจัดส่งอาจจะยังไม่เกิดขึ้นหรือสิทธิในผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ส่งมอบให้กับผู้ซื้อก็ตาม หากไม่มีการตกลงเป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้งโดยผู้ขาย การชำระเงินควรดำเนินการในสกุลเงินเดียวกับการระบุราคา ระยะเวลาการชำระเงินตามยอดของผู้ซื้อจะครบกำหนดตามเงื่อนไขเหล่านี้ การชำระเงินจะยังถือว่าไม่ได้รับจนกว่าผู้ขายจะได้รับเงินสดหรือมีการหักบัญชีเรียบร้อยแล้ว

7.3 ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินโดยวิธี: 7.3.1 บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ซึ่งผู้ขายยอมรับ Visa และ MasterCard หรือ 7.3.2 การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบัญชีธนาคารที่กำหนดโดยผู้ขาย หรือ 7.2.3 ตั๋วแลกเงินธนาคารเป็นเงินบาทหรือเช็คที่ออกโดยธนาคารในราชอาณาจักรไทย

บริษัทขอเรียนให้ทราบว่าทางบริษัทได้มีการมอบหมายให้บริษัทในเครือนามว่า Essentra Pte Ltd ซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เป็นผู้ดำเนินการในการเรียกรับซำระเงินผ่านบัตร (การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเครดิต) ในการซื้อขายครั้งนี้ หากท่านยืนยันที่จะดำเนินการชำระเงินด้วยบัตรดังกล่าวต่อไป ท่านรับทราบและยอมรับว่าการชำระเงินด้วยบัตรในครั้งนี้จะดำเนินการนอกราชอาณาจักรไทย และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่เรียกเก็บโดยผู้ออกบัตรของท่าน (เช่น Visa, Mastercard ฯลฯ) ซึ่งจะปรากฏในรายการบัญชีบัตรของท่าน

7.4 ผู้ซื้อที่ต้องการเปิดวงเงินสินเชื่อกับผู้ขายจะต้องให้ข้อมูลและการอ้างอิงตามคำขอของผู้ขาย และผู้ขายอาจทำการสืบค้นกับหน่วยงานอ้างอิงด้านเครดิตที่เกี่ยวข้องกับผู้ซื้อ ผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ขาดตามดุลยพินิจของตนเองในการอนุญาต ปฏิเสธ หรือยุติวงเงินสินเชื่อใด ๆ รวมถึงลดหรือระงับวงเงินสินเชื่อใด ๆ ได้ตลอดเวลา

7.5 หากยอดดังกล่าวไม่มีการชำระก่อนหรือในวันครบกำหนดชำระเงิน จะคิดดอกเบี้ยตามจำนวนที่ยังไม่ได้ชำระในอัตรา 2% สูงกว่าอัตราต่อปีของ Citibank N.A. ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าจะมีการชำระเต็มจำนวน (ทั้งก่อนและหลังการตัดสินใจ)

7.6 หากผู้ซื้อไม่สามารถชำระเงินเมื่อครบกำหนดชำระตามเงื่อนไขนี้ และ/หรือ ตามสัญญาใด ๆ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้ตามเงื่อนไข ผู้ขายซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสิทธิอื่น ๆ หรือไม่มีการชดเชยสำหรับผู้ขาย (รวมถึงสิทธิ์ในการคิดดอกเบี้ยตามเงื่อนไข 7.5) มีสิทธิ์ที่จะ: 7.6.1 ยกเลิกสัญญานี้หรือสัญญาอื่นใดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย 7.6.2 ลดยอดที่ค้างชำระจากยอดใด ๆ ที่ผู้ขายเป็นหนี้ต่อผู้ซื้อภายใต้สัญญาหรืออื่น ๆ 7.6.3 เรียกร้องให้ผู้ซื้อจ่ายชำระต้นทุนค่าเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ 7.6.4 ระงับการจัดส่งไปให้กับผู้ซื้อในอนาคตภายใต้สัญญานี้หรือสัญญาอื่น ๆ จนกว่าจะชำระเงิน 7.6.5 ขายผลิตภัณฑ์ในส่วนที่ยังไม่ได้จัดส่งไปให้กับผู้ซื้อ และ/หรือ 7.6.7 เก็บยอดที่ชำระแล้วเป็นค่ามัดจำสำหรับผลิตภัณฑ์

8. การส่งมอบ

หากไม่มีการทำข้อตกลงเป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ผลิตภัณฑ์จะถูกจัดส่งให้กับผู้ซื้อโดยผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับเลือกอย่างสมเหตุผลโดยผู้ขาย การจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปให้กับผู้ซื้อจะถือว่ามีผลเมื่อมีการจัดส่งโดยผู้ขายไปยังผู้ให้บริการขนส่งหรือการมารับโดยผู้ให้บริการขนส่ง หลังจากนั้น การขนส่งสินค้าดังกล่าวจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขของผู้ขนส่งซึ่งจะมีการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบหากผู้ซื้อร้องขอ และหากผู้ซื้อเป็นลูกค้าธุรกิจ ผู้ขายไม่ต้องรับผิดต่อการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้ขนส่งที่เกี่ยวข้องเว้นแต่จะตกลงกับผู้ซื้อเป็นอย่างอื่น ผู้ขายอาจส่งสินค้าก่อนกำหนด ผู้ขายต้องอยู่ภายใต้มาตรา 462 และ 463 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย..

8.2 หากมีการทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าผลิตภัณฑ์จะถูกดำเนินการจัดส่งด้วยวิธีอื่นนอกเหนือไปจากที่อ้างอิงในเงื่อนไข 8.1 การจัดส่งนั้นจะมีผลเมื่อ: 8.2.1 ผู้ซื้อมารับผลิตภัณฑ์จากสถานที่ของผู้ขาย โดยผู้ขายแจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าผลิตภัณฑ์พร้อมสำหรับการมารับแล้ว 8.2.2 ผลิตภัณฑ์ได้รับการจัดส่งโดยผู้ขาย โดยผู้ขายจะจัดส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยังที่อยู่ในการจัดส่งที่กำหนดโดยผู้ซื้อ หรือ 8.2.3 ผลิตภัณฑ์ได้รับการขนส่งโดยบุคคลที่สาม โดยการมารับหรือจัดส่งผลิตภัณฑ์นั้นไปยังบุคคลที่สาม

8.3 ระยะเวลาหรือวันที่ที่ระบุในการจัดส่งผลิตภัณฑ์เป็นการประมาณการเท่านั้น ผู้ขายจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุผลในการส่งมอบสินค้าภายในวันที่จัดส่งโดยประมาณที่กำหนดไว้ในใบรับคำสั่งซื้อ เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ สินค้าจะถูกจัดส่งโดยไม่ล่าช้าและภายใน 30 วันไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม หากผู้ขายไม่สามารถดำเนินการตามวันที่จัดส่งโดยประมาณได้เนื่องจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ขาย ผู้ขายจะต้องติดต่อไปยังผู้ซื้อพร้อมแจ้งการเปลี่ยนแปลงวันที่จัดส่งโดยประมาณใหม่

เงื่อนไข 8.4 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภค

8.4 การส่งมอบจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อผู้ขายส่งสินค้าไปยังที่อยู่ที่ผู้ซื้อแจ้งให้แก่ผู้ขาย หากไม่มีใครอยู่รับของตามที่อยู่ของผู้ซื้อ ผู้ขายจะแจ้งต่อผู้ซื้อว่าสินค้าได้ถูกส่งกลับไปยังสถานที่ของผู้ขายแล้ว ในกรณีนี้โปรดติดต่อผู้ขายเพื่อจัดเตรียมการจัดส่งใหม่

เงื่อนไข 8.5 ถึง 8.9 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจ

8.5 ผู้ขายไม่มีภาระผูกพันจากความล่าช้าในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ ผู้ขายอาจจะจัดส่งผลิตภัณฑ์ขาดหรือเกินสูงถึง 10% จากปริมาณที่ระบุในคำสั่งซื้อ และผู้ซื้อจะต้องยอมรับในความแตกต่างของปริมาณและชำระเงินตามที่ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับความแตกต่างของปริมาณ ปริมาณของสินค้าฝากขายใด ๆ ตามที่ผู้ขายบันทึกไว้เมื่อทำการจัดส่งจากสถานที่ของผู้ขายจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของปริมาณที่ผู้ซื้อได้รับเมื่อทำการส่งมอบ เว้นแต่ผู้ซื้อจะสามารถแสดงหลักฐานที่ชัดเจนในทางตรงกันข้าม

8.6 ผู้ขายอาจจะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นหรือผลกระทบต่อผู้ซื้ออันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการจัดส่งผลิตภัณฑ์หรือการจัดส่งไม่ครบตามจำนวนหากผู้ซื้อไม่ได้แจ้งให้ผู้ขายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ทำการจัดส่งโดยประมาณซึ่งได้เกิดความผิดพลาดในการจัดส่ง หรือวันที่จัดส่งจริงสำหรับการจัดส่งที่ไม่ครบตามจำนวน ในกรณีใดก็ตามที่ต้องยึดตามเงื่อนไข 12 ซึ่งมีสาเหตุให้ผู้ขายต้องรับผิดชอบ ความรับผิดชอบของผู้ขายควรจะจำกัดอยู่ที่: 8.6.1 ตามยอดราคาที่ต่ำที่สุดในตลาดของสินค้าที่คล้ายกันเพื่อทดแทนสินค้าที่ไม่ได้จัดส่งซึ่งมีราคาสูงกว่าราคาของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จัดส่ง หรือ 8.6.2 หากไม่มีตลาดดังกล่าว เป็นจำนวนที่เท่ากับราคาที่สามารถนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จัดส่งได้

8.7 หากผู้ซื้อไม่สามารถมารับผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งหรือไม่ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ขายอย่างเพียงพอในเรื่องการจัดส่งก่อนเวลาที่จะทำการจัดส่ง (นอกเหนือไปจากเหตุผลของสาเหตุที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างสมเหตุผลของผู้ซื้อ หรือจากเหตุผลจากการละเลยหรือเป็นความผิดของผู้ขาย) ให้ถือว่าได้มีการจัดส่งผลิตภัณฑ์ตามเวลาที่ระบุ และไม่มีผลต่อสิทธิอื่น ๆ หรือการชดเชยสำหรับผู้ขาย ผู้ขายอาจจะ: 8.7.1 เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ไว้จนกว่าจะมีการจัดส่งจริงและคิดค่าบริการจากผู้ซื้อสำหรับต้นทุนที่สมเหตุผล (รวมทั้งค่าประกัน) ในการเก็บรักษา (ถ้ามี) โดยผู้ขายไม่มีภาระในการจัดหาการรับประกัน หรือ 8.7.2 หากผู้ซื้อไม่สามารถมารับผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งในวันนั้นหรือภายใน 5 วันทำการหลังจากวันที่กำหนดจัดส่ง ให้ขายผลิตภัณฑ์ในราคาที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ และ (หลังจากหักค่าบริการจัดเก็บและค่าใช้จ่ายในการขายที่สมเหตุผลทั้งหมดแล้ว) ให้ส่งส่วนที่เกินราคาให้กับผู้ซื้อหรือออกใบแจ้งหนี้ไปยังผู้ซื้อสำหรับส่วนที่ต่ำกว่าราคา

8.8 หากมีการจัดส่งผลิตภัณฑ์เป็นงวด การจัดส่งในแต่ละครั้งควรจะแยกความรับผิดชอบในงวดนั้น ๆ และความผิดพลาดในการจัดส่งของผู้ขาย หรือการเรียกร้องค่าชดเชยในงวดใดงวดหนึ่งของผู้ซื้อจะไม่ทำให้ผู้ซื้อมีสิทธิ์ในการยกเลิกสัญญาได้ทั้งหมด

8.9 ในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ หากผู้ซื้อพบว่าผู้ซื้อได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์อย่างไม่ถูกต้อง ผู้ซื้อจะต้องชำระค่าบริการในการบริหารจัดการมาตรฐานในเวลานั้นหากผู้ขายตกลง (ตามการพิจารณาของผู้ขาย) ที่จะยอมรับการส่งคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว (โดยเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ)

9. ตั้งใจปล่อยให้ว่างไว้

10. ความเสี่ยงและสิทธิในผลิตภัณฑ์

10.1 ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ขายจัดหาให้ถือเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อเมื่อสินค้าถูกขนออกจากผู้ให้บริการขนส่งของผู้ขาย ณ สถานที่ของผู้ซื้อ หรือทันทีที่รับสินค้าในกรณีที่ผู้ซื้อมารับสินค้าจากสถานที่ตั้งของผู้ขาย ดังนั้นผู้ซื้อควรจัดให้มีการประกันภัยที่เหมาะสมจากจุดนั้น

10.2 สิทธิ (ทางกฎหมายและผลประโยชน์) ในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จัดหาหรือขายโดยผู้ขายจะยังคงเป็นของผู้ขายจนกระทั่งก่อนที่: 10.2.1 ผู้ขายได้รับชำระเงินเป็นเงินสดหรือหักบัญชีตามจำนวนทั้งหมดที่ครบกำหนดชำระค่าผลิตภัณฑ์และไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ จากผู้ซื้อให้กับผู้ขาย หรือ 10.2.2 (สำหรับแต่ละรายการ) ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกใช้หรือรวมเข้ากับผลิตภัณฑ์อื่นในกระบวนการปกติของธุรกิจ

เงื่อนไข 10.3 และ 10.4 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจ

10.3 จนกว่าจะถึงเวลาที่สิทธิในผลิตภัณฑ์ส่งผ่านต่อไปยังผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะต้อง: 10.3.1 เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ (บนพื้นฐานการได้รับมอบหมายหรือในนามของผู้ขาย) ในฐานะผู้ครอบครองของผู้ขายและต้องทำการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ขายในผลิตภัณฑ์อย่างจริงใจ 10.3.2 เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ (โดยไม่มีต้นทุนต่อผู้ขาย) แยกต่างหากจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของผู้ซื้อโดยวิธีที่ยังสามารถระบุอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้ว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ขายและไม่ควรปะปนกับสินค้าอื่น ๆ 10.3.3 ไม่ใช้เป็นหลักประกันหรือทำให้เกิดการยึด คิดค่าบริการ หรือมีผลประโยชน์อื่น ๆ เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์หรือเอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 10.3.4 ไม่ทำลายหรือทำให้เครื่องหมายที่ระบุอัตลักษณ์เสียรูปไปและรักษาสภาพผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และ 10.3.5 ทำประกันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในนามของผู้ขายและในกรณีที่มีการเรียกร้องความเสียหายให้ดำเนินการตามขั้นตอนการประกันดังกล่าวในนามของผู้ขาย

10.4 ผู้ขายควรมีสิทธิในการเรียกร้องให้ผู้ซื้อทำการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปยังผู้ซื้อได้ตลอดเวลาในช่วงก่อนที่สิทธิในผลิตภัณฑ์จะส่งผ่านไปยังผู้ซื้อ ผู้ซื้ออนุญาตให้ผู้ขายและตัวแทนในการเข้าถึงสถานที่เก็บรักษาผลิตภัณฑ์เพื่อทำการตรวจสอบได้ตลอดเวลา หรือหากผู้ซื้อไม่สามารถส่งมอบการครอบครองเมื่อผู้ขายร้องขอเพื่อให้กลับมาเป็นผู้ครอบครองผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

11. คุณภาพของผลิตภัณฑ์

11.1 ภายใต้เงื่อนไข 11 นี้ ผู้ขายรับประกันว่าในการส่งมอบ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะมีคุณภาพที่น่าพอใจ จะถือว่าสินค้ามีคุณภาพเป็นที่น่าพอใจก็ต่อเมื่อ: 11.1.1 เกี่ยวกับการขายโดยตัวอย่าง สินค้ามีความสอดคล้องกับตัวอย่างในสาระสำคัญทั้งหมด (ขึ้นอยู่กับความคลาดเคลื่อนใด ๆ หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่สะท้อนให้เห็นในข้อมูลจำเพาะหรือบันทึกคำแนะนำใด ๆ ที่จัดทำโดยผู้ขายที่เกี่ยวข้องกับตัวอย่าง ซึ่งผู้ขายยืนยันว่ามีผลบังคับใช้กับสัญญา) หรือ 11.1.2 ในกรณีอื่น ๆ ทั้งหมด ผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อมูลจำเพาะในส่วนที่เป็นสาระสำคัญทั้งหมด

11.2 การรับประกันที่อยู่ในเงื่อนไข 11.1 จะไม่มีผลบังคับใช้เว้นแต่: 11.2.1 ในส่วนของข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัดจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ผู้ซื้อได้แจ้งให้ผู้ขายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในรายละเอียดที่สมเหตุสมผลตามลักษณะของการละเมิดการรับประกันภายใน 30 วันหลังจากที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือ 11.2.2 ที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องที่ไม่ชัดเจนในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ผู้ซื้อแจ้งให้ผู้ขายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในรายละเอียดที่สมเหตุสมผลถึงลักษณะของการละเมิดการรับประกันภายใน 14 วันหลังจากที่เกิดข้อบกพร่องหรือควรจะแสดงให้ผู้ซื้อเห็นอย่างชัดเจน และในกรณีใด ๆ ภายใน 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่จัดส่งผลิตภัณฑ์ 11.2.3 หลังจากได้รับแจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าว ผู้ขายได้รับโอกาสตามสมควรในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์และตามคำขอของผู้ขาย (ดำเนินการอย่างสมเหตุผล) ผลิตภัณฑ์จะถูกส่งคืนไปยังสถานที่ของผู้ขาย (เป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ) เพื่อจุดประสงค์ในการตรวจสอบและ 11.2.4 ราคารวมของผลิตภัณฑ์ได้รับการชำระโดยผู้ซื้อแล้ว

11.3 ผู้ขายจะไม่รับผิดชอบต่อการละเมิดการรับประกันใด ๆ ในเงื่อนไข 11.1 หาก: 11.3.1 ผลิตภัณฑ์มีลักษณะตามข้อกำหนด หรือตามตัวอย่างที่มีผลในสาระสำคัญทั้งหมด (ขึ้นอยู่กับในส่วนของการขายตามตัวอย่าง ค่าความคลาดเคลื่อนหรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่สะท้อนให้เห็นในข้อมูลจำเพาะหรือบันทึกคำแนะนำที่ผู้ขายได้ให้ไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวอย่างซึ่งผู้ขายยืนยันว่ามีผลบังคับใช้กับสัญญา) 11.3.2 การละเมิดเกิดขึ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมจากการละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้ของผู้ซื้อ 11.3.3 การละเมิดเกิดจากการกระทำหรือการละเว้นของบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากผู้ขายทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งรวมไปถึงการซ่อมแซม การเพิ่ม หรือดัดแปลงผลิตภัณฑ์โดยหรือในนามของผู้ซื้อ 11.3.4 การละเมิดมีสาเหตุโดยตรงหรือโดยอ้อมจากชิ้นส่วน วัสดุ หรืออุปกรณ์ที่รวมอยู่ในผลิตภัณฑ์แต่ไม่ได้ผลิตโดยผู้ขาย ในส่วนที่ผู้ซื้อมีสิทธิได้รับผลประโยชน์จากการรับประกันดังกล่าวหรือการรับประกันตามที่ผู้ผลิตมอบให้กับผู้ขายและผู้ที่สามารถมอบหมายให้กับผู้ซื้อได้เท่านั้น (เป็นค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ) 11.3.5 ผู้ซื้อใช้หรือขายผลิตภัณฑ์ต่อหลังจากแจ้งให้ทราบถึงข้อบกพร่องหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำที่สมเหตุสมผลของผู้ขายในส่วนที่เกี่ยวกับการระงับหรือการเรียกคืนสินค้าหรือ 11.6 การละเมิดดังกล่าวมีสาเหตุโดยตรงหรือโดยอ้อมจากสภาพแวดล้อมหรือการใช้หรือการจัดเก็บหรือการจัดการผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากตัวแปรของข้อมูลจำเพาะหรือคำแนะนำที่ผู้ขายให้ไว้หรือในเรื่องใด ๆ ซึ่งผู้ขายยกเว้นเป็นการเฉพาะโดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งรวมไปถึงความประมาท การดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ข้อผิดพลาดในการดำเนินการ ความเสียหาย หรือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

เงื่อนไข 11.4 และ 11.5 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจ

11.4 ภายใต้เงื่อนไข 11.2 และ 11.3 ตามความเห็นที่เหมาะสมของผู้ขาย หากผลิตภัณฑ์ที่ส่งคืนไปยังผู้ขายถูกพบว่า ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขการรับประกัน 11.1 หรือเงื่อนไขการรับประกันอื่น ๆ มาตรฐานคุณภาพ หรือเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้ขายสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมดตามความเห็นของผู้ขาย ในการซ่อม เปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งหมดหรือบางส่วนของผลิตภัณฑ์ หรือคืนเงินตามราคาผลิตภัณฑ์ที่ไม่สอดคล้องดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดแทนควรเป็นของผู้ขาย

11.5 ภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตและอยู่ภายใต้เงื่อนไข 12.4 และ 12.5 การเยียวยาที่ระบุไว้ในเงื่อนไข 11.4 จะเป็นขอบเขตความรับผิดของผู้ขายแต่เพียงผู้เดียวที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องใด ๆ เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า

เงื่อนไข 11.6 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภค

11.6 การรับประกันที่ระบุไว้ในเงื่อนไข 11.1 และการรับประกัน มาตรฐานคุณภาพ หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ที่มีผลบังคับใช้ในสัญญา เป็นส่วนเพิ่มเติมจากสิทธิทางกฎหมายของผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่มีข้อบกพร่องหรือไม่เป็นไปตามที่อธิบายไว้

11.7 ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่สมเหตุสมผลทั้งหมดของผู้ขายที่เกี่ยวข้องกับการระงับผลิตภัณฑ์หรือแคมเปญการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ซึ่งจัดขึ้นในส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือการดำเนินการแก้ไขอื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยหรือในนามของผู้ขายในส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หลังจากส่งมอบให้กับผู้ซื้อ

12. ข้อจำกัดความรับผิดหากผู้ซื้อเป็นลูกค้าธุรกิจ

เงื่อนไข 12 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจ

12.1 สำหรับวัตถุประสงค์ของเงื่อนไข 12 นี้: “การเรียกร้องค่าชดเชย” หมายถึงการเรียกร้องค่าชดเชยที่เกิดขึ้นจากหรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อหรืออันเป็นผลมาจากการละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้หรือหน้าที่ตามปกติใด ๆ ของผู้ขายหรือตามการใช้งานของผู้ซื้อหรือการขายต่อโดยผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ (หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์) หรือผลลัพธ์ของการรับรอง การชี้แจง การกระทำ หรือการละเลย รวมถึงการเพิกเฉยที่เกิดขึ้นภายใต้หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขเหล่านี้หรือสัญญา

12.2 ภายใต้เงื่อนไข 12.5 ความรับผิดร่วมของผู้ขาย (รวมถึงความรับผิดต่อการกระทำหรือการละเลยของพนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้างช่วง หรือสมาชิกคนอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัท) ต่อผู้ซื้อสำหรับการเรียกร้องค่าชดเชยทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสัญญา การปรับปรุง (รวมถึงการละเลยหรือการละเมิดหน้าที่ทางกฎหมาย) การรับรองที่ผิดพลาด การคืนสู่สภาพเดิม หรืออื่น ๆ ควรจำกัดความรับผิดชอบของผู้ซื้อไว้ดังต่อไปนี้:

12.2.1 ความรับผิดชอบทั้งหมดของผู้ขายสำหรับการเรียกร้องค่าชดเชยที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหนึ่งรายการไม่เกินราคาที่ผู้ซื้อจ่ายสำหรับรายการนั้นและ

12.2.2 ความรับผิดโดยรวมของผู้ขายที่มีต่อผู้ซื้อสำหรับการเรียกร้องอื่น ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีปฏิทินใด ๆ จะจำกัดอยู่ที่จำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ซื้อจ่ายให้กับผู้ขายสำหรับสินค้าในระหว่างปีปฏิทินนั้น

12.3 ภายใต้เงื่อนไข 12.5 ผู้ขายจะไม่รับผิดชอบต่อผู้ซื้อหรือฝ่ายอื่น ๆ สำหรับ (ก) ความสูญเสียทางอ้อมใด ๆ (ข) การสูญเสียทางเศรษฐกิจ (ค) การสูญเสียผลกำไรหรือกำไรที่คาดการณ์ไว้ (ง) การสูญเสียเงินออมที่คาดการณ์ไว้ (จ) การสูญเสียทางธุรกิจหรือธุรกิจที่คาดหวังในอนาคต (ฉ) ความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือ หรือ (ช) การสูญเสียที่ตามมา ค่าตอบแทนหรือความเสียหายไม่ว่าจะเป็นอะไรอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากอะไร ซึ่งขึ้นอยู่กับการจัดหาสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องโดยผู้ขาย ในแต่ละกรณีไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมหรือผลที่ตามมา และไม่ว่าผู้ซื้อหรือบุคคลอื่นจะได้รับผลกระทบจากความสูญเสียดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม

12.4 หากไม่มีการระบุไว้เป็นอย่างอื่นภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ การรับประกัน เงื่อนไข และข้อตกลงทั้งหมด (เว้นแต่เงื่อนไขโดยนัยตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติการขายสินค้า (NSW)1923 (กรรมสิทธิ์และการครอบครองโดยชอบธรรม)) จะไม่รวมอยู่ในสัญญาในระดับสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และภายใต้เงื่อนไข 12.5 ผู้ขายจะไม่รับผิดชอบต่อผู้ซื้อสำหรับการสูญเสียที่เกิดจากการละเมิดการรับประกัน เงื่อนไขและข้อตกลงที่ระบุ หรือการละเมิดต่อหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ขาย

12.5 ไม่มีข้อใดในเงื่อนไขเหล่านี้ที่เป็นการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขายในส่วนที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บของบุคคลที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดต่อสินค้าที่มีข้อบกพร่องภายใต้ตารางที่ 2 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันทางการค้า 2010 หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้กฎระเบียบความปลอดภัยใด ๆ ที่ทำขึ้นภายใต้ตารางที่ 2 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันทางการค้า 2010 หรือเพื่อสื่อให้เข้าใจผิดโดยการฉ้อโกง หรือเพื่อความรับผิดอื่นใดในขอบเขตที่กฎหมายไม่สามารถยกเว้นหรือจำกัดได้

12.6 หากผู้ซื้อทราบว่าบุคคลที่สามรายใดได้กระทำหรือดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะเรียกร้องความเสียหายต่อผู้ซื้อเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (รวมถึงข้อบกพร่องในผลิตภัณฑ์หรือการละเมิดสิทธิ์ของบุคคลดังกล่าว) ผู้ซื้อควรจะ: 12.6.1 แจ้งให้ผู้ขายทราบในทันทีเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าชดเชยหรือสถานการณ์ดังกล่าว 12.6.2 ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขายโดยทันทีและดำเนินการในส่วนที่ผู้ขายอาจจะขอให้หลีกเลี่ยง โต้แย้ง แก้ต่าง บรรเทา ต่อต้าน อุทธรณ์ หรือประนีประนอมข้อเรียกร้องหรือสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงอนุญาตให้ผู้ขายสามารถควบคุมการดำเนินคดีหรือการเจรจาได้อย่างเต็มที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าชดเชยดังกล่าว และ 12.6.3 ไม่ชำระเงินหรือประนีประนอม ทำการยอมรับใด ๆ หรือข้อตกลงในเรื่องใด ๆ ในข้อโต้แย้งใด ๆ โดยไม่ได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ขาย

12.7 ความรับผิดชอบสูงสุดที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขเหล่านี้มีความสมเหตุผลและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ของแต่ละฝ่ายภายในบริบทของการคาดการณ์เกี่ยวกับรายได้ของผู้ขายภายใต้สัญญาฉบับนี้และสัญญาอื่น ๆ และความสามารถของผู้ซื้อในการปกป้องตนเองผ่านทางการทำประกัน ผู้ขายอาจจะเต็มใจเปลี่ยนแปลงความรับผิดชอบสูงสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บางรายการ หากผู้ซื้อยอมรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามที่ผู้ขายแจ้งให้ทราบ

13. ข้อจำกัดความรับผิดหากผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค

เงื่อนไข 13 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภค

13.1 หากผู้ขายไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้ ผู้ขายต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่ผู้ซื้อได้รับซึ่งเป็นผลมาจากการละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้ของผู้ขายหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ขาย แต่ผู้ขายจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ความสูญเสียหรือความเสียหายสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ หากเป็นผลสืบเนื่องมาจากการละเมิดอย่างชัดเจนของผู้ขาย หรือหากผู้ซื้อและผู้ขายพิจารณาถึงเรื่องนี้ในขณะที่ทำสัญญา

13.2 ผู้ขายจะจัดหาสินค้าให้กับผู้ซื้อเฉพาะสำหรับการใช้ภายในประเทศและเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ผู้ซื้อตกลงที่จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการพาณิชย์ ธุรกิจ หรือการขายต่อใด ๆ และผู้ขายไม่มีความรับผิดต่อผู้ซื้อสำหรับการสูญเสียผลกำไร การสูญเสียธุรกิจ การหยุดชะงักของธุรกิจ หรือการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

13.3 ไม่มีข้อใดในเงื่อนไขเหล่านี้ที่เป็นการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขายต่อผู้ซื้อในส่วนที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บของบุคคล ที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขาย หรือในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดต่อสินค้าที่มีข้อบกพร่องภายใต้มาตรา 472 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย หรือการละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้โดยนัยตามมาตรา 475 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย (กรรมสิทธิและการครอบครองโดยชอบธรรม) หรือมาตรา 473 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย (คำอธิบาย คุณภาพที่น่าพอใจ ความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ และตัวอย่าง) หรือสำหรับการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยการฉ้อโกง หรือสำหรับความรับผิดอื่นใดในขอบเขตที่กฎหมายไม่อาจยกเว้นหรือจำกัดได้

14. เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ขาย

14.1 โดยที่ไม่มีผลกระทบต่อข้อกำหนดของเงื่อนไขเหล่านี้ จะไม่ถือว่าผู้ขายฝ่าฝืนเงื่อนไขของสัญญาสำหรับความล่าช้าในการดำเนินการใด ๆ หรือไม่สามารถดำเนินการได้ ความรับผิดภายใต้สัญญาหากความล้มเหลวหรือความล่าช้าเกิดจากสาเหตุใด ๆ หรือสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ขายอย่างสมเหตุสมผล โดยไม่จำกัดในเรื่องทั่วไปของเงื่อนไข ซึ่งรวมไปถึงสงครามหรือปฏิบัติการอื่น ๆ ของกองทัพ ผู้ก่อการร้าย การจลาจล ความวุ่นวายของพลเมือง การก่อวินาศกรรม การทำลายทรัพย์สิน อุบัติเหตุ การชำรุด หรือความเสียหายต่อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยพิบัติตามธรรมชาติ การประท้วง การปิดพื้นที่ หรือข้อพิพาทในอุตสาหกรรม หรือการขาดแคลนวัตถุดิบในราคาตลาดในปัจจุบันเมื่อมีการทำสัญญา การแทรกแซงทางกฎหมายหรือการบริหาร (รวมถึง การคว่ำบาตร คำสั่งห้าม และการควบคุมการส่งออก เป็นต้น) หรือเนื่องจากความล้มเหลวใด ๆ การละเลย หรือความล่าช้าไปในส่วนของผู้ซื้อหรือตัวแทนหรือผู้แทนของผู้ซื้อ

14.2 ผู้ขายขอสงวนสิทธิในการเลื่อนวันจัดส่งสินค้า หรือยกเลิกสัญญา หรือลดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อโดยผู้ซื้อ (โดยไม่มีข้อผูกมัดต่อผู้ซื้อ) หากผู้ขายถูกขัดขวางจากหรือถูกทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินธุรกิจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่อ้างถึงในเงื่อนไข 14.1 หากเหตุการณ์ดังกล่าวมีความต่อเนื่องเป็นระยะเวลาเกิน 30 วัน ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงอีกฝ่ายในการยกเลิกสัญญาโดยไม่มีผลผูกพันต่อทั้งสองฝ่าย

15. การบอกเลิกหากผู้ซื้อเป็นลูกค้าทางธุรกิจ

เงื่อนไข 15 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อเป็นที่ลูกค้าธุรกิจเท่านั้น

15.1 โดยไม่มีผลกระทบต่อสิทธิและการชดเชยอื่นใด ผู้ขายอาจยกเลิกสัญญาได้ทันทีหาก: 15.1.1 ผู้ซื้อละเมิดเงื่อนไขของสัญญาใด ๆ กับผู้ขาย 15.1.2 ผู้ซื้อได้ทำการประนอมหนี้หรือดำเนินการโดยสมัครใจกับเจ้าหนี้หรือขั้นตอนใด ๆ การยื่นคำร้อง คำสั่งศาล การดำเนินการในชั้นศาล หรือมีการแต่งตั้งในนามของผู้ซื้อ (รวมถึงการยื่นคำร้องหรือการแจ้งให้ทราบ) โดยผู้ซื้อหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับความความยากลำบาก การฟ้องร้อง การเลิกกิจการ การชำระบัญชี หรือการแต่งตั้งผู้ดูแลระบบของผู้ซื้อ หรือ (ในฐานะบุคคลหรือบริษัท) การล้มละลายหรือ (ในฐานะบริษัท) ต้องชำระหนี้ (ไม่เช่นนั้นจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรวมบริษัทหรือการฟื้นฟูกิจการ) 15.1.3 ได้มีการแต่งตั้งผู้เข้าครอบครอง หรือผู้รับ (ฝ่ายบริหารหรืออื่น ๆ) ทรัพย์สินใด ๆ หรือทรัพย์สินของผู้ซื้อ หรือผู้ซื้อหยุดหรือขู่ว่าจะหยุดการดำเนินธุรกิจต่อไปหรือ 15.1.4 ผู้ขายเข้าใจอย่างสมเหตุสมผลว่าเหตุการณ์ใด ๆ ที่กล่าวถึงในเงื่อนไข 15.1.2 หรือ 15.1.3 ข้างต้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ซื้อและแจ้งให้ผู้ซื้อทราบตามนั้น

15.2 หากผู้ขายยกเลิกสัญญาตามเงื่อนไข 7.6 หรือ 15.1 หลังจากนั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อสิทธิหรือการเยียวยาอื่นใดที่มีให้กับผู้ขาย: 15.2.1 ผู้ขายมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาอื่น ๆ หรือระงับการส่งมอบเพิ่มเติมภายใต้สัญญานั้นหรือสัญญาอื่น ๆ 15.2.2 หากมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์แต่ไม่ได้จ่ายชำระเงินสำหรับการส่งมอบนั้น ภายใต้เงื่อนไข 7.4 สิทธิ์ในการครอบครองของผู้ซื้อจะสิ้นสุดลง และผู้ขายอาจทิ้งหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ตามความต้องการและ 15.2.3 ราคาจะครบกำหนดและต้องชำระในทันทีไม่ว่าข้อตกลงนั้นหรือข้อตกลงใด ๆ ก่อนหน้านี้จะเป็นไปในทางตรงกันข้ามหรือไม่ก็ตาม

15.3 การยกเลิกสัญญาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อกำหนดของสัญญาที่มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผลบังคับใช้หลังจากที่มีการยกเลิก รวมถึงเงื่อนไขข้อ 10, 11, 12, 13, 14, 16, 17, 18, 19, 20 และ 21

16. การชดเชยสำหรับผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าธุรกิจ

เงื่อนไข 16 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อเป็นที่ลูกค้าธุรกิจเท่านั้น

16.1 โดยไม่กระทบต่อสิทธิและการเยียวยาอื่น ๆ ของผู้ขาย ผู้ซื้อจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย และแต่งตั้งตัวแทนให้แก่ผู้ขาย กลุ่มบริษัท และพนักงานที่ได้รับค่าเสียหายนั้นตามคำร้องขออย่างครบถ้วนสำหรับความสูญเสียใด ๆ ที่เกิดขึ้นหรือได้รับอันเป็นผลมาจาก: 16.1.1 การยกเลิก การเปลี่ยนแปลง หรือการระงับคำสั่งซื้อโดยผู้ซื้อตามเงื่อนไข 3.4 16.1.2 ข้อเรียกร้องใด ๆ ที่บุคคลภายนอกอาจนำมาซึ่งความสูญเสีย การบาดเจ็บ หรือความเสียหายที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ใด ๆ ภายหลังการส่งมอบ อยู่ภายใต้การใช้งานอื่นใดนอกเหนือจากการใช้ที่ได้รับอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น (เป็นการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่จัดหาให้โดยทั่วไป) หรือดัดแปลงหรือซ่อมแซมโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ขาย 16.1.3 การยกเลิกสัญญาใด ๆ ตามเงื่อนไขข้อ 7.6 หรือ 15.1 และการผิดเงื่อนไขข้อ 18

17. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

17.1 เว้นแต่จะกำหนดไว้โดยชัดแจ้งในเงื่อนไขเหล่านี้ ผู้ขายและ/หรือผู้ได้รับใบอนุญาตของผู้ขายจะเป็นเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ แค็ตตาล็อก และสื่อวัสดุใด ๆ ที่ผู้ซื้อเข้าถึงหรือจัดหาให้ (รวมถึงเอกสาร แบบแปลนทางเทคนิค และไฟล์ CAD) ("สื่อวัสดุ") ตามแต่กรณี

17.2 ผู้ซื้อไม่ได้รับสิทธิ์หรือใบอนุญาตใด ๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากสิทธิ์ในการใช้หรือขายต่อผลิตภัณฑ์ในแนวทางธุรกิจตามปกติของผู้ซื้อ และอื่น ๆ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญา

17.3 Essentra มอบใบอนุญาตในแบบจำกัด ไม่ผูกขาด ไม่สามารถโอนได้ ไม่มีสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตต่อ ในการเข้าถึงและดู และ (เว้นแต่จะแสดงเป็นไม่ได้รับอนุญาต) ในการดาวน์โหลดและพิมพ์เอกสารในแต่ละกรณีเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวของผู้ซื้อเท่านั้น

17.4 ผู้ซื้อจะต้องไม่ใช้ คัดลอก ดัดแปลง ส่งต่อ แจกจ่าย ปรับแต่ง เผยแพร่ พิมพ์ 3 มิติ ทำวิศวกรรมย้อนกลับ สร้างงานลอกเลียนแบบโดยใช้เป็นต้นแบบ แจกจ่าย อนุญาต ขาย โอน แสดงต่อสาธารณะ กระจายเสียง สื่อสารกับสาธารณะ หรือใช้ประโยชน์จากเนื้อหาโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Essentra

18. การควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตร

18.1 ผู้ซื้อรับประกันและรับรองว่าทั้งผู้ซื้อ กลุ่มบริษัท หรือกรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานของกลุ่มบริษัท 18.1.1 เป็นฝ่ายที่ถูกจำกัด หรือมีส่วนร่วม หรือถูกทำให้มีส่วนร่วมในธุรกรรมหรือการดำเนินการใด ๆ ที่อาจส่งผลให้กลายเป็นฝ่ายที่ถูกจำกัด 18.1.2 ได้มีส่วนร่วมหรือมีส่วนร่วมโดยตรงหรือโดยอ้อมในการค้า ธุรกิจ หรือกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของหรือในนามของฝ่ายที่ถูกจำกัด 18.1.3 ได้ฝ่าฝืนหรือกำลังละเมิดกฎหมาย กฎเกณฑ์ กฎระเบียบ และประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกหรือการคว่ำบาตร

18.2 ซื้อรับทราบว่าผลิตภัณฑ์บางรายการ ส่วนประกอบ และเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์อาจอยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตร ผู้ซื้อจะต้อง: 18.2.1 ปฏิบัติตามการควบคุมการส่งออกและการคว่ำบาตรที่ใช้บังคับกับทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ 18.2.2 ไม่ส่งออก ส่งออกซ้ำ โอน หรือการทำค้าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับหรือไปยังฝ่ายที่ถูกจำกัด หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นหรือตั้งอยู่ในประเทศใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร 18.2.3 ขอใบอนุญาต การอนุญาต การแจ้ง หรือการอนุมัติใด ๆ ที่จำเป็นในการขาย ส่งออก ส่งออกซ้ำ โอน หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและเทคโนโลยี 18.2.4 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายจะไม่ละเมิดการควบคุมการส่งออกหรือการคว่ำบาตรใด ๆ รวมถึงอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง และการควบคุมการใช้งานขั้นสุดท้ายของกองทัพ

19. หากผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค

เงื่อนไขข้อ 19 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภค

19.1 หากผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค ผู้ซื้อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ของผู้ขายได้ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

19.2 ในฐานะผู้บริโภค ผู้ซื้อมีสิทธิตามกฎหมายเกี่ยวกับสินค้าที่มีข้อบกพร่องหรือไม่เป็นไปตามคำอธิบาย ไม่มีข้อใดในเงื่อนไขเหล่านี้ที่มีผลกระทบต่อสิทธิทางกฎหมายเหล่านี้

19.3 สัญญานี้ทำขึ้นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย บุคคลอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับใช้เงื่อนไขใด ๆ ของสัญญา

19.4 เงื่อนไขเหล่านี้อยู่ภายใต้กฎหมายของราชอาณาจักรไทย ซึ่งหมายความว่าสัญญาในการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ของผู้ขาย และข้อพิพาทหรือข้อเรียกร้องใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายของราชอาณาจักรไทย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยอมรับว่าศาลในราชอาณาจักรไทยจะมีอำนาจในการตัดสินโดยเฉพาะ เงื่อนไขข้อ 20 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อเป็นที่ลูกค้าธุรกิจเท่านั้น

เงื่อนไขข้อ 20 มีผลเฉพาะกับผู้ซื้อเป็นที่ลูกค้าธุรกิจเท่านั้น

20.1 หากผู้ซื้อไม่ใช่ผู้บริโภค คุณยืนยันว่าคุณมีอำนาจในการทำข้อผูกมัดทางธุรกิจใด ๆ ในนามของคุณที่คุณใช้เว็บไซต์ของผู้ขายในการซื้อสินค้า

20.2 สัญญานี้ประกอบด้วยสัญญาเบ็ดเสร็จและความเข้าใจของทุกฝ่าย ซึ่งจะใช้แทนข้อตกลงความเข้าใจหรือข้อตกลงก่อนหน้านี้ทั้งหมด (ทั้งด้วยวาจาและเป็นลายลักษณ์อักษร) ในส่วนของผลิตภัณฑ์ (ช่วยป้องกันไม่ให้คู่สัญญาฝ่ายใดก็ตามหลีกเลี่ยงความรับผิดในการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสัญญาซึ่งเป็นการฉ้อโกง โดยที่สามารถแสดงให้เห็นว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้อาศัยเงื่อนไขดังกล่าว) ผู้ซื้อรับทราบว่ากำลังเข้าสู่การทำสัญญาโดยไม่ต้องพึ่งพาการดำเนินการ การรับประกัน หรือการรับรองใด ๆ ที่มอบให้โดยหรือในนามของผู้ขาย นอกเหนือจากที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในเงื่อนไขเหล่านี้ โดยมีเงื่อนไขว่าไม่มีข้อใดในเงื่อนไขเหล่านี้จะจำกัดหรือเป็นการยกเว้นความรับผิดของผู้ขายสำหรับการฉ้อโกงหรือการบิดเบือนความจริงที่เป็นการฉ้อโกง

20.3 โดยไม่มีผลกระทบในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิ ค่าชดเชย หรือการรับประกันที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัท หรือตัวแทนของผู้ขาย ทั้งหมดนี้จะรวมกันเป็นผลประโยชน์ของฝ่ายดังกล่าวโดยตรง คู่สัญญาไม่ได้มีจุดประสงค์ให้เงื่อนไขของสัญญาสามารถมีผลบังคับใช้ได้โดยบุคคลที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญา ห้ามมิให้บุคคลใดมีสิทธิ์ในการต่ออายุ สละสิทธิ์ และ/หรือแก้ไขสัญญา ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิ์ในการอนุมัติการต่ออายุ การสละสิทธิ์ และ/หรือการแก้ไขสัญญา

20.4 สัญญานี้อยู่ภายใต้กฎหมายของราชอาณาจักรไทย ข้อพิพาทใด ๆ ควรอ้างอิงถึงการตัดสินโดยเฉพาะของศาลอังกฤษเพื่อช่วยให้ผู้ขายยังคงมีสิทธิ์ในการฟ้องร้องต่อผู้ซื้อในศาลอื่น

21. เงื่อนไขที่สำคัญอื่น ๆ

21.1 ผู้ขายอาจปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนหรือใช้สิทธิ์ใด ๆ ภายใต้สัญญาด้วยตนเองหรือผ่านผู้รับจ้างช่วงหรือตัวแทนหรือสมาชิกรายใดก็ตามภายในกลุ่มบริษัท แต่จะไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ซื้อหรือภาระผูกพันของผู้ขายภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ การกระทำหรือการละเลยใด ๆ ของผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือตัวแทนหรือสมาชิกของกลุ่มบริษัทจะถือเป็นการกระทำหรือการละเลยของผู้ขาย และจะอยู่ภายใต้การยกเว้นหรือข้อจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในเงื่อนไขเหล่านี้ ผู้ซื้อจะไม่โอน มอบหมาย หรือทำสัญญาจ้างในสิทธิหรือภาระผูกพันภายใต้สัญญานี้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ขาย และในทุกกรณี ผู้ทำสัญญาจะยังคงรับผิดชอบต่อการมีผลบังคับใช้ของสัญญาต่อผู้รับโอน มอบหมาย หรือผู้รับจ้างช่วง

21.2 การแจ้งให้ทราบใด ๆ จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีของผู้ขาย ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย FAO 116/3 ซอย เทียนทะเล 24 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 หรือที่อยู่อีเมล sales@essentracomponents.co.th และในกรณีของผู้ซื้อตามที่อยู่ที่ระบุไว้หรือที่อยู่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้แจ้งให้ผู้ขายทราบ หนังสือแจ้งที่ส่งถึงมือจะมีผลทันที หนังสือแจ้งที่ส่งทางไปรษณีย์จะมีผลสองวันทำการหลังจากที่ส่งโดยไปรษณีย์ชั้นหนึ่ง หนังสือแจ้งและคำบอกกล่าวที่ส่งทางอีเมลจะมีผล ณ วันเวลาที่ส่งอีเมล (เว้นแต่ฝ่ายที่ส่งจะได้รับข้อความแจ้งว่าไม่อยู่ที่สำนักงาน)

21.3 หากผู้ขายไม่ยืนยันให้ผู้ซื้อปฏิบัติตามภาระผูกพันใด ๆ ของผู้ซื้อภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ หรือหากผู้ขายไม่บังคับใช้สิทธิ์ของผู้ขายกับผู้ซื้อ หรือหากผู้ขายดำเนินการล่าช้าในเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการหมายความว่าผู้ขายได้สละสิทธิ์ของตนต่อผู้ซื้อและจะไม่เป็นการหมายความว่าผู้ซื้อไม่ต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันเหล่านั้น หากผู้ขายสละสิทธิ์ในการผิดสัญญาของผู้ซื้อ ผู้ขายจะกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และนั่นไม่ได้หมายความว่าผู้ขายจะสละสิทธิ์การผิดสัญญาของผู้ซื้อในภายหลังโดยอัตโนมัติ

21.4 แต่ละย่อหน้าของเงื่อนไขเหล่านี้มีผลในการบังคับใช้แยกจากกันต่างหาก หากศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินว่ามีข้อใดไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ วรรคที่เหลือจะยังคงมีผลบังคับอย่างสมบูรณ์

21.5 ผู้ขายจะไม่ทำสำเนาของสัญญาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย